About admin

Here are my most recent posts

เสี่ยเป้ ยัน เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยังไม่หยุดเสริมทัพ หลังปีใหม่มาอีกแน่

หลังจากที่ล่าสุดกิเลนผยอง ได้ทำการเปิดตัวสมาชิกใหม่อย่าง สหรัฐ กันยะโรจน์ เป็นนักเตะรายแรกของทีมจากตลาดซื้อขาย เพื่อรอรับศึกไทยลีก 2020 เสี่ยเป้ รณฤทธิ์ ซื่อวาจา ผู้อำนวยการสโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ยืนยันว่าจะยังมีนักเตะที่กำลังเจรจาเพื่อรอเข้าทีมอย่างต่อเนื่องรวมถึงนักเตะต่างชาติด้วย โดยกล่าวว่า

“เราอยู่ในตลาดนักเตะตลอดเวลาอยู่แล้ว สโมสรยังไม่จำเป็นต้องรีบ เพราะว่าเรามีลิสต์ของผู้เล่นคุณภาพเข้ามาสู่ทีมค่อนข้างมาก ดีลที่การตอบรับของนักเตะในอินเตอร์ยังมีสูงต่อสโมสร ทำให้เรามีตัวเลือกที่ค่อนข้างจะเยอะมาก จึงมีเวลาที่จะได้ตัดสินใจ ณ ตอนนี้บอร์ดบริหารกับ อเล็กซานเดร กามา ยังอยู่ในช่วงเร่งมือกันอยู่”

“เรายังมีเวลาในตอนนี้คาดว่าหลังปีใหม่เริ่มจะทยอยเปิดตัวนักเตะใหม่ ซึ่งจะมีผู้เล่นแนวรุกที่จะเข้ามาทดแทนการขาดหายไปของ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส, มิดฟิลด์ 1 ตำแหน่ง รวมทั้งในเซนเตอร์แบ็ค 1 คน ตลอดจนโควตาอาเซียนที่เราจะใช้แบบเต็มที่อย่างแน่นอน”

สำหรับโควตาอาเซียนในเวลานี้ของทาง เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด มีอยู่ทั้งหมด 2 ราย นั่นคือ ดัง วัน ลัม ผู้รักษาประตูจากทีมชาติเวียดนาม และ ไดซุเกะ ซาโตะ แบ็กซ้ายจากฟิลิปปินส์ โดยตามกฎแล้วไทยลีกสามารถส่งลงสนามได้ 3 คน ซึ่งรายการแรกของเอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด จะลงเล่นในลีโอ ปรีซีซัน 2020 ช่วงเดือน มกราคม 2563

“เป็นเรื่องเกินจริงที่เราจะไล่ลิเวอร์พูลให้ทัน” เป็ป ยอมรับ หลังทีมแมนซิตี้พ่ายวูล์ฟแฮมป์ตัน 2-3

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 3 พลาดโอกาสไล่กลับขึ้นมาเป็นอันดับที่ 2 หลังพ่ายให้กับวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-2 ในศึกพรีเมียร์ลีกคืนวันที่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมา ชวด 3 คะแนนไปอย่างน่าเสียดาย กลับมารั้งอันดับที่ 3 อีกครั้ง มี 38 คะแนนเท่าเดิม ขณะที่ ลิเวอร์พูลเอาชนะเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 2 ของตารางพรีเมียร์ลีก และมีคะแนนทิ้งห่างระหว่างพวกเขาถึง 14 แต้ม ยังคงสถิติไรพ่ายติดต่อกัน 18 นัด

เกมพรีเมียร์ลีกนัดระหว่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 3 บุกเยือน วูล์ฟแฮมป์ตัน ทีมอันดับ 5 ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ เกมนี้แมนซิตี้กลายเป็นรองก่อนตั้งแต่นาทีที่ 12 เมื่อ เอแดร์สัน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งของทีม พุ่งใส่ ดิโอโก โจตา ส่งผลให้โดนใบแดง และต้องเปลี่ยน เซร์คิโอ อเกวโร ออกแล้วให้ เคลาดิโอ บราโว ลงมาแทน

แม้ว่า ราฮีม สเตอร์ลิง จะซัดประตูพาทีมขึ้นนำก่อนถึง 2-0 จากจุดโทษตั้งแต่นาทีที่ 21 และ ในครึ่งหลังนาทีที่ 50 แต่หลังจากนั้นตั้งแต่นาทีที่ 54 วูล์ฟแฮมป์ตันไล่บี้ขึ้นมาเป็น 1-2 จากผลงานของ อดามา ตราโอเร ต่อด้วย นาที 82 ราอูล ฆิเมเนซ ตีเสมอเป็น 2-2 และปิดท้ายด้วยนาทีที่ 89 โดย แมตต์ โดเฮอร์ตี กดประตูชัยพาทีมพลิกขึ้นมาชนะซิตี้ไป 3-2 ส่งผลให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้มีคะแนนเท่าเดิมที่ 38 คะแนน รั้งอันดับที่ 3 ของตาราง และตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูงอยู่ถึง 14 คะแนน ขณะที่เจ้าบ้านวูล์ฟแฮมป์ตัน เก็บเพิ่ม 3 คะแนน รวมเป็น 30 คะแนน รั้งอันดับที่ 5 ในตารางพรีเมียร์ลีก อังกฤษ

หลังจบเกม เป๊ป กวาร์ดิโอลา นายใหญ่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกมายอมรับอีกครั้งว่า “เราไม่สามารถให้ความสำคัญกับฟุตบอลถ้วย เพราะถ้าเป็นแบบนั้นเราอาจจะไม่ได้เล่นในยุโรปในฤดูกาลหน้า”

“เราเคยชินกับการเป็นที่ 1 และตอนนี้เราห่างจากตำแหน่งนั้นมาก เราต้องเปลี่ยนวิธีการคิด”

“ผมบอกหลายรอบแล้วว่าเป็นเรื่องเกินจริงที่เราจะไล่ลิเวอร์พูลให้ทัน เราต้องคิดถึงเลสเตอร์ แล้วตอนนี้เราต้องพยายามไล่อันดับที่ 2 เพราะก่อนหน้านี้เรามีโอกาสก้าวขึ้นไปที่ 2 แต่เรากลับคงอยู่ในอันดับที่ 3”

“พรีเมียร์ลีกเป็นลีกที่ยาก โดยเฉพาะเกมนี้ที่เราสร้างความได้เปรียบก่อน แต่สุดท้ายไม่สามารถรักษามันไว้ได้ พวกเขาต่อสู้อย่างยอดเยี่ยม วิ่งครบจนถึงนาทีสุดท้าย เราเสียประตูที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้”

“ทีมของเราต่อสู้แบบที่ผมไม่มีอะไรต้องเสียดาย ในระดับนี้เราต้องเล่นแบบ 11 เจอ 11 คน คุณจะมีโอกาสป้องกันประตูได้ แต่บางครั้งความเหนื่อยล้าก็ทำให้ทุกอย่างยากลำบากเหลือเกิน”

ฉลามชลซ้อมเตะส่งท้ายปีเก่า “โค้ชเตี้ย” วางกฎ 3 ข้อ ก่อนปล่อยกลับ

ความเคลื่อนไหวล่าสุดของทีมฉลามชล หรือ ชลบุรี เอฟซี ได้มีการประกาศซ้อมอุ่นเครื่อง ณ สนาม ชลบุรี เอฟซี เทรนนิ่ง กราวด์ โดยเป็นการซ้อมครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยให้นักเตะกลับบ้าน เพื่อหยุดพักผ่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่ และจะเรียกกลับมารวมตัวเพื่อฝึกซ้อมอีกครั้งในวันที่ 6 มกราคม 2563

ภายหลังจากที่ซ้อมเสร็จ คุณ ศศิศ สิงห์โตทอง และ “โค้ชเตี้ย” สะสม พบประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมนักเตะทุก ๆ คน ได้ร่วมกันมอบ กระเช้าสวัสดีปีใหม่ ให้กับ “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิค สโมสร ชลบุรี เอฟซี และ คุณ อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธาน สโมสร ก่อนที่ “โค้ชเตี้ย” จะให้สัมภาษณ์ผ่านเว็บไซต์ชลบุรีฟุตบอลคลับว่า

“เราอุ่นเครื่องเพื่อทดสอบผู้เล่นหลายๆคน มาแล้ว 2 วันติดต่อกัน ผลที่ออกมา ส่วนหนึ่งก็รู้สึกพอใจ แต่ทีมก็ยังมีข้อผิดพลาดอีกพอสมควร ที่เราจะต้องแก้ไข โดยเฉพาะเรื่องของความเข้าใจในแท็คติก และ รูปแบบการเล่น ของ นักเตะ”

“ขณะที่การฝึกซ้อมตลอดช่วงที่ผ่านมา จะค่อย ๆ เพิ่มความเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากทีมกลับมาฝึกซ้อมอีกครั้ง หลังเทศกาลปีใหม่”

“ซึ่งในช่วงที่ปล่อยให้นักเตะกลับไปพักผ่อนนี้ เราได้มีการกำหนดกฎระเบียบ ให้กับผู้เล่นทุกคนได้ปฏิบัติตาม 3 ข้อ คือ

1. เรื่องของน้ำหนัก จะต้องเพิ่มขึ้นไม่เกิน 500 กรัม 2. เรื่องไขมัน จะต้องเพิ่มขึ้นไม่เกิน 1 เปอร์เซ็นต์ และ 3. คือการทดสอบความฟิตครั้งต่อไป ทุกคนต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน ที่ 12.5 นาทีให้ได้ พร้อมวางโปรแกรมที่ทุก ๆ คนจะต้องปฏิบัติ ในช่วงหยุดพักนี้ ด้วย”

“ทั้งหมดนี้ เป็นสิ่งที่เรากำหนดเพื่อให้ทุกคนมีความพร้อมมากที่สุด และ เกิดความต่อเนื่อง ในช่วง 5 สัปดาห์สุดท้าย ก่อนที่ฟุตบอล ไทยลีก จะเริ่มต้นขึ้น” โค้ชเตี้ยกล่าว

คล็อปป์ ตัดสินใจเรียกตัว แนต ฟิลลิปป์ กองหลังดาวรุ่ง กลับจากการยืมตัวกับ สตุ๊ตการ์ท เสริมแนวรับเดือนมกราคม

เจอร์เก้น คล็อปป์ ยอดผู้จัดการทีม ลิเวอร์พูล ตัดสินใจเรียกตัวกองหลังดาวรุ่งกลับมาจากการเล่นแบบยืมตัวให้ทีม สตุ๊ตการ์ท หลังแนวรับมีปัญหาทั้ง โฌแอล มาติป และ เดยัน ลอฟเรน ได้รับบาดเจ็บ ลิเวอร์พูล ทีมจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กำลังมีปัญหาในตำแหน่งแนวรับจำเป็นต้องเรียกตัว แนต ฟิลลิปป์ ปราการหลังดาวรุ่งกลับจากการยืมตัวกับ สตุ๊ตการ์ท สโมสรในลีกเยอรมัน เพื่อมาช่วยเสริมแนวรับ “หงส์แดง” ในเดือนมกราคมนี้ เนื่องจากนักเตะในตำแหน่งเซนเตอร์แบ็กบาดเจ็บหลายราย

ก่อนหน้านี้ ลิเวอร์พูล ส่งเซ็นเตอร์แบ็กชาวอังกฤษวัย 22 ปี ไปให้ สตุ๊ตการ์ท แบบสัญญายืมตัวจนจบฤดูกาลนี้ โดยเจ้าตัวลงเล่นให้ทีมในศึกลีกา 2 ของลีกเยอรมัน ไปแล้ว 11 เกมในทุกรายการ ก่อนที่จะถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ “หงส์แดง” เรียกตัวกลับคืนถิ่น แอนฟิลด์ เพื่อเสริมทัพแนวรับในเวลาต่อมา

เนื่องจากในเวลานี้ ลิเวอร์พูล ต้องเจอปัญหานักเตะในตำแหน่งแนวรับทั้ง โฌแอล มาติป และ เดยัน ลอฟเรน บาดเจ็บ ทำให้เหลือแค่ โจ โกเมซ ไปยืนคู่กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ โดยที่มีบางนัดถึงขนาดต้องถอย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กองกลางกัปตันทีม ลงไปเป็นเซ็นเตอร์แบ็กเลยทีเดียว ทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจเลือกดึงตัว ฟิลลิปส์ กลับมาร่วมทีม “หงส์แดง” โดยเจ้าตัวจะกลับมาช่วยทีมตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม และพร้อมลงเล่นในเกม เอฟเอ คัพ รอบ 3 ที่จะพบกับ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง ในวันอาทิตย์ที่ 5 มกราคม นี้

เกมยังไม่จบอย่าเพิ่งตัดสินแชมป์! คล็อปป์ยืนยันยังโฟกัสที่เกมต่อไป แม้นำห่าง 13 แต้ม

เจอร์เกน คล็อปป์ นายใหญ่ลิเวอร์พูล ชี้ชัดเจนว่าแชมป์ในฤดูกาลนี้ยังไม่ถูกตัดสิน พร้อมโฟกัสที่เกมต่อไปตั้งเป้าเดินหน้าเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป้าหมายแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของสโมสร

เวลานี้ ลิเวอร์พูล ก้าวเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ลีกมากขึ้นอีกหนึ่งเกม จากการเก็บชัยชนะเหนือ เลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับที่ 2 ของตารางอย่างขาดลอย 4-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม รวมเป็น 52 คะแนน ทำคะแนนทิ้งถึง 13 คะแนน และนับเป็นการรักษาสถิติไร้พ่าย 35 เกมติดต่อกันของลิเวอร์พูลตั้งแต่ฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้พวกเขามีโอกาสปลดล็อกแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1989/90

แม้ว่าแฟนบอลและนักวิเคราะห์บอลต่างพูดถึงโอกาสที่ลิเวอร์พูลจะคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้เป็นที่แน่นอนแล้ว แต่กุนซือคล็อปป์ยืนยันว่าเขายังไม่สนใจเสียงเหล่านี้

“ผมไม่สนใจ (เรื่องแชมป์ลีกที่หลายคนเชื่อว่าจบแล้วสำหรับฤดูกาลนี้) นี่เป็นเกมที่ดี เราเก็บชัยชนะได้และยิงประตูที่สวยงาม เราไม่ฟังเสียงต่าง ๆ ที่บอกว่าเราเป็นแชมป์แล้ว เราจะโฟกัสที่เกมต่อไปเท่านั้น” 

“เรายังพัฒนาเกมของเราได้อีก โดยเฉพาะเกมรับของเราในครึ่งแรก แต่เราสามารถเฉลิมฉลองชัยชนะที่งดงามนี้ได้ และพรุ่งนี้เราจะเริ่มต้นใหม่”

ทั้งนี้ จากประวัติศาสตร์ที่ผ่านมายังไม่มีสโมสรใดที่ขึ้นนำตำแหน่งจ่าฝูง และทำคะแนนทิ้งห่างทีมอันดับ 2 ถึง 13 คะแนนในช่วงเวลานี้ของฤดูกาลแล้วจะพลาดแชมป์ลีก ครั้งหลังสุดที่เกิดขึ้นคือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่นำห่างอยู่ 13 คะแนน ก็กลายเป็นแชมป์ลีกสูงสุด โดยมีคะแนนห่างจากอันดับที่ 2 แบล็กเบิร์น โรเวอร์ส อยู่ 8 คะแนนในฤดูกาล 1993/94

ทว่านายใหญ่หงส์แดงยังยืนยันว่าลูกทีมของเขายังไม่สนใจแต้มที่ห่างถึง 13 คะแนนนี้ และจะโฟกัสที่เกมต่อไปเท่านั้น

“ผมเขียนเรื่องนี้ได้เองเลย เรื่องราวที่ว่า ไม่เคยมีครั้งไหนในประวัติศาสตร์ของฟุตบอลอังกฤษที่ทีมที่นำห่างขนาดนี้เสียตำแหน่งจ่าฝูง แต่เสียงนี้มันเป็นเสียงความคิดแง่ลบในหูของผม ดังนั้น ทำไมเราถึงต้องคิดถึงเรื่องแบบนั้น?”

“ผมบอกคุณได้แค่ว่าต่อจากนี้ 5 เกม เราจะเล่นกับวูลฟ์ส, เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน, ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตอนนี้สำหรับผมยังไม่มีอะไรที่แน่นอน เราต้องเล่นทุกเกม และพยายามเตรียมตัวให้พร้อมที่สุดสำหรับทุกเกมต่อจากนี้” คล็อปป์ กล่าว